Home / บทความ / เทคโนโลยี / Starship รุ่นอัปเกรดของ ‘อีลอน มัสก์’ ระเบิดเป็นลูกไฟยักษ์ หลังดิ่งลงจอดในมหาสมุทรอินเดีย

Starship รุ่นอัปเกรดของ ‘อีลอน มัสก์’ ระเบิดเป็นลูกไฟยักษ์ หลังดิ่งลงจอดในมหาสมุทรอินเดีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญของวงการสำรวจอวกาศ เมื่อยานอวกาศ “Starship” รุ่นอัปเกรดล่าสุด (Block 3/V3) ของบริษัท SpaceX ที่มีมหาเศรษฐีชื่อดังอย่าง อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ ได้เสร็จสิ้นภารกิจทดสอบบินครั้งที่ 12 โดยปิดฉากลงด้วยภาพสุดตื่นตาตื่นใจ เมื่อตัวยานเกิดการลุกไหม้และระเบิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ทันทีหลังแตะผิวน้ำในมหาสมุทรอินเดีย

การทดสอบในครั้งนี้ถูกจับตามองจากคนทั่วโลก เนื่องจากเป็นการประเดิมใช้งานยาน Starship เจเนอเรชันใหม่ที่มีขนาดใหญ่และทรงพลังกว่าเดิม โดยตัวยานถูกปล่อยตัวขึ้นจากฐานยิง Starbase ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทีมงานและผู้รับชมผ่านระบบสตรีมมิง

ฝ่าชั้นบรรยากาศ ก่อนดิ่งกระแทกน้ำ

หลังจากตัวยานเดินทางข้ามโลกและทำภารกิจในอวกาศเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมง Starship ได้เริ่มกระบวนการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเหนือมหาสมุทรอินเดีย กล้องที่ติดตั้งอยู่บนตัวยานเผยให้เห็นกลุ่มพลาสม่าความร้อนสูงที่แผดเผารอบตัวยานอย่างน่าหวาดเสียว

ในวินาทีสุดท้ายก่อนจะถึงผิวน้ำ ยาน Starship ได้พยายามเปิดเครื่องยนต์เพื่อชะลอความเร็วและทำการพลิกตัวตั้งตรงในแนวตั้งเพื่อลงจอด (Landing Flip) ซึ่งเป็นท่าไม้ตายที่ SpaceX พยายามพัฒนามาตลอด อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ส่วนท้ายของยานยักษ์ลำนี้กระแทกเข้ากับผิวน้ำอย่างรุนแรง (Hard Splashdown) ตัวยานก็เกิดการระเบิดและลุกไหม้กลายเป็นลูกไฟดวงใหญ่ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทร

มุมมองจาก SpaceX: แม้ภาพที่เห็นจะดูเหมือนความล้มเหลว แต่ทาง SpaceX และทีมวิศวกรกลับส่งเสียงเฮลั่นและโพสต์แสดงความยินดีผ่านแพลตฟอร์ม X (Twitter) โดยยืนยันว่า “นี่คือความสำเร็จที่ตรงตามแผน”เนื่องจากในภารกิจนี้ไม่มีความตั้งใจที่จะเก็บกู้ตัวยานกลับมาใช้อยู่แล้ว และเป้าหมายหลักคือการทดสอบขีดจำกัดของระบบควบคุมและเกราะกันความร้อน

“ทำประตูให้มนุษยชาติ” อีลอน มัสก์ กล่าวชมทีมงาน

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ อีลอน มัสก์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับทีมงานทันที โดยระบุว่าการทดสอบ Starship V3 ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก และเหมือนกับ “การทำประตูได้สำเร็จเพื่อมนุษยชาติ”

แม้ว่าในระหว่างการบินจะพบปัญหาทางเทคนิคอยู่บ้าง เช่น เครื่องยนต์บางส่วนทำงานไม่สมบูรณ์ในช่วงแรกจนทำให้วงโคจรคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย รวมถึงตัวจรวดท่อนแรก (Super Heavy Booster) ที่ร่วงลงสู่ระบบอ่าวเม็กซิโกแบบไม่เป็นไปตามแผนควบคุม 100% แต่ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการ “ระเบิด” ในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการบินครั้งต่อไป

เดิมพันสูงลิ่วสู่ดวงจันทร์และการเข้าตลาดหุ้น

การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของ SpaceX เนื่องจากบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวสำหรับข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ในการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ ยาน Starship ยังเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ Artemis ของ NASA ที่ตั้งเป้าจะพามนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในอนาคตอันใกล้ ทำให้ทุกย่างก้าวของการทดสอบจรวดลำนี้ ถูกจับตามองจากทั้งนักลงทุนและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก