Zephyr Energy บริษัทด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ เผยเหตุการณ์ระทึกหลังถูกแฮกเกอร์ขโมยเงินจำนวน 700,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / 32 ล้านบาท) ไปจากบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ โดยใช้วิธีเบี่ยงเบนเส้นทางการชำระเงินที่เดิมทีต้องจ่ายให้กับคู่สัญญา ให้เข้าไปยังบัญชีที่กลุ่มมิจฉาชีพควบคุมอยู่แทน
จากการรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางบริษัทระบุว่า ขณะนี้กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคารที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย เพื่อพยายามติดตามและดึงเงินจำนวนดังกล่าวกลับคืนมา
แม้ทางบริษัทจะไม่ได้ลงรายละเอียดว่าการโจรกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่โดยปกติแล้วกลุ่มแฮกเกอร์มักใช้วิธีเจาะระบบอีเมลหรือระบบบัญชี เพื่อเข้าไปแก้ไขเลขที่บัญชีและข้อมูลธนาคารในช่วงที่มีการวางบิลหรือชำระเงิน ซึ่งเทคนิคนี้เรียกว่า Business Email Compromise (BEC) หรือการหลอกลวงผ่านอีเมลธุรกิจ
ทั้งนี้ รายงานประจำปีด้านอาชญากรรมไซเบอร์ของ FBI ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบุว่าการโจมตีรูปแบบนี้ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่สร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมหาศาล โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว มียอดความเสียหายรวมทั่วโลกกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทางด้าน Zephyr Energy ยืนยันว่าขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และการดำเนินงานด้านอื่นๆ ยังคงเป็นปกติ ส่วนในด้านความปลอดภัย ทางบริษัทระบุว่าที่ผ่านมาได้ใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินที่เป็นมาตรฐานสากลอยู่แล้ว แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ ได้สั่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและระบบตรวจสอบให้รัดกุมขึ้นอีกหลายชั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการติดต่อสอบถามไปยังโฆษกของ Zephyr Energy ผ่านทางอีเมลเพื่อขอคำชี้แจงเพิ่มเติม กลับยังไม่มีการตอบกลับใดๆ ในขณะนี้








